เมื่อ WooCommerce ไม่มีอีเมลยืนยัน ให้ตรวจว่าควรเกิดอีเมลจากสถานะคำสั่งซื้อนั้นหรือไม่ก่อน การชำระเงิน การเปิดใช้แจ้งเตือน และเงื่อนไขเหตุการณ์เป็นจุดเริ่มต้น เมื่อยืนยันว่าสร้างและส่งต่อแล้วจึงตรวจทางส่ง การไม่มีอีเมลไม่พิสูจน์ว่าเข้าขยะหรือคำสั่งซื้อถูกยกเลิก
ผูกเหตุการณ์กับประเภทข้อความ
บันทึกหมายเลขคำสั่งซื้อ สถานะ เกตเวย์ และอีเมลที่คาดหวัง คู่มือ WooCommerce ให้เริ่มจากเงื่อนไขและการตั้งค่า หากจ่ายแล้วแต่สถานะไม่เปลี่ยน อาจต้องตรวจการสื่อสารของเกตเวย์ อย่าขอให้ลูกค้าสั่งหรือจ่ายใหม่เพียงเพราะไม่เห็นข้อความ ต้องตรวจรายการธุรกิจก่อน
- เปิดประเภทแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องและตรวจผู้รับ อย่าใช้การแจ้งพนักงานแทนผลของอีเมลลูกค้า
- ตรวจ log ที่เวอร์ชันและการตั้งค่ารองรับ เอกสารปัจจุบันอธิบาย log ธุรกรรม แต่ต้องยืนยันว่าระบบของร้านมีข้อมูลนั้นจริง
- หากส่งต่อให้ WordPress mail แล้ว ให้ดูผู้ให้บริการส่งต่อ ความสำเร็จของ wp_mail ไม่ยืนยันการรับปลายทางหรือโฟลเดอร์
ตัวอย่างสมมติของการชำระค้าง
ผู้ซื้อออกจากหน้าชำระก่อนระบบตอบกลับครบ เจ้าของเริ่มเปลี่ยนข้อความเพราะคิดว่า Spam แต่สิ่งแรกที่ต้องตรวจคือสถานะและหลักฐานชำระ ตัวอย่างนี้ไม่กำหนดพฤติกรรมของทุกเกตเวย์หรือส่วนเสริม เพราะระบบจริงอาจมีเงื่อนไขต่างกัน ต้องใช้ข้อมูลคำสั่งซื้อเดียวกัน
หากสงสัยปลั๊กอินขัดกัน อย่าปิดส่วนเสริมทั้งหมดในร้านจริงโดยไม่เตรียมการ ใช้วิธีทดสอบที่ผู้ดูแลอนุญาตและมีแผนคืนค่า ต้องไม่สร้างการจ่าย การส่งสินค้า หรือคำสั่งซื้อซ้ำเพื่อพิสูจน์อีเมล หากทำซ้ำอย่างปลอดภัยไม่ได้ ให้เก็บหลักฐานเดิมและให้ผู้รับผิดชอบวางขั้นถัดไป
รายงานตามหลักฐานล่าสุด
แยกว่าเหตุการณ์ไม่เกิด แอปผิดพลาด ส่งต่อแล้ว หรือผู้รับพบในโฟลเดอร์ใด จะช่วยเลือกคนแก้ถูกจุด หลังปรับให้ทดสอบประเภทเดิมด้วยข้อมูลของตน ความสำเร็จของจดหมายข่าวไม่ปิดงานอีเมลธุรกรรม และการตรวจกล่องตัวอย่างไม่ยืนยันว่าทุกสถานะคำสั่งซื้อเรียกอีเมลได้ถูกต้อง
แหล่งข้อมูลและการตรวจสอบ
ทดสอบอีเมลของคุณ กับกล่องทดสอบที่มีให้ ผลเป็นเพียงตัวอย่างที่สังเกต ไม่รับประกันกล่องของลูกค้าทั้งหมด อ่านขอบเขตใน วิธีทดสอบ และตรวจรายชื่อบริการที่รองรับในหน้าทดสอบปัจจุบัน